(=^ェ^=) Welcome to the blog of Ms.Sangrawee Songtrai (=^ェ^=)
คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2557

Recording Diary 5



Recording Diary 5
Science Experiences Management for Early Childhood
Ms. Jintana    Suksamran
September 25, 2557
Group 101 (Thursday)
Time  08.30 - 12.20 PM.

บทความ 
เลขที่ 6,7 (ไม่มา)          
เลขที่ 8 บทความเรื่อง เด็กๆอนุบาลสนุกกับ "สะเต็มศึกษา" ผ่านโครงงานปฐมวัย     Click
เลขที่ 9 บทความเรื่อง โลกของเราอยู่ได้อย่างไร    Click
เลขที่ 10 บทความเรื่อง บ้านฉันเป็นค่ายวิทยาศาสตร์    Click

ความรู้ที่ได้รับ
      วันนี้ทำกิจกรรมโดยอาจารย์ให้กระดาษมา 1 แผ่นโดยให้พับเป็น 4 ช่อง แบ่งกันกับเพื่อน แล้วจากนั้นได้คนละอันแล้วพับครึ่ง โดย อาจารย์ให้วาดรูปที่เป็นความสัมพันธ์กันหน้า หลัง จากนั้นอาจารย์ก็ให้ไม้มาติดที่กระดาษเป็นอันเสร็จ

 อุปกรณ์ที่ทำ
1. กระดาษ
2. ก้าว
3. ไม้
4. ปากกาเคมี
5. สีเมจิ



  วิธีการทำ
1. พับกระดาษและแบ่งออกเป็น 4 ส่วน
2. วาดรูปกระดาษทั้ง 2 ฝั่ง ให้มีความสัมพันธ์กัน
3. นำเทปกาวมาติดไม้เสียบลูกชิ้นด้านในของภาพวาด
4. นำกาวมาติดกระดาษด้านในทั้งสองด้านให้สนิท
5. จากนั้นหมุนแล้วจะเกิดภาพ


ความลับของแสง   (The Secret of Light )
         เรามองเห็นสิ่งต่างๆได้เพราะแสงเป็นคลื่นชนิดหนึ่ง เหมือนคลื่นน้ำในทะเล แต่จะเคลื่อนที่ความยาวคลื่นสั้นมาก แสงเคลื่อนที่ได้เร็ว 300,000 กิโลเมตร/วินาที ซึ่งถ้าเราวิ่งได้เร็วเท่าแสง เราจะวิ่งรอบโลกได้ 7 รอบ/วินาที แสงช่วยให้เรามองเห็นได้ ดังการทดลองนี้
         นำกล่องใบใหญ่ที่มีฝาปิด เจาะรูข้างกล่อง นำของวัตถุมาใส่ในกล่อง (ตุ๊กตาช้าง) แล้วปิดฝากล่อง แล้วมองไปในรูที่ปิดไว้ จะมองไม่เห็นอะไรเลยเพราะภายในกล่องมึดสนิท หลังจากนั้นเปิดฝากล่อง แล้วลองดูใหม่ เราสามารถมองเห็นวัตถุในกล่องได้ จากนั้นเจาะรูอีก 1 รู นำไฟฉายส่องตรงรูที่เจาะใหม่ เราจะสามารถมองเห็นวัตถุในกล่องได้เพราะมีแสงส่องเข้ามาโดนวัตถุ
          สาเหตุที่เรามองเห็นวัตถุได้นั้น นอกจากแสงส่องกระทบกับวัตถุแล้ว ยังมีแสงที่สะท้อนวัตถุเข้าสู่ตา เราจึงมองเห็นวัตถุได้ ดังนั้น ตาของเราคือจอสำหรับแสงที่สะท้อนมาจากวัตถุนั้นเอง
          ลักษณะการเดินทางของแสงเป็นเส้นตรง วัตถุบนโลกที่แสงตกกระทบมี 3 แบบ คือ
1.            วัตถุโปร่งแสง
2.            วัตถุโปร่งใส
3.            วัตถุทึบแสง

การนำไปใช้
1.สามารถนำเทคนิคที่อาจารย์สอนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ไปปรับใช้กับเด็กในอนาคตและปรับใช้กับการพัฒนาการของเด็กที่เหมาะกับวัย
2.สามารถนำความรู้ที่ได้จากอาจารย์ เกี่ยวกับการพูดหน้าชั้นเรียน การอ่านบทความจะต้องพูดชัดเจน เป็นหลักการ ควรอ้างอิงชื่อผู้แต่งและบอกที่มาให้ละเอียด

ประเมินตัวเอง
-วันนี้ตั้งใจเตรียมความพร้อมมาเล่าบทความให้เพื่อนฟังและตั้งใจเรียนและฟังเวลาอาจารย์สอน คุยกับเพื่อนเล็กน้อย
ประเมินเพื่อน
- เพื่อนๆไม่ค่อยฟังเวลาอาจารย์สอนเท่าไหร่ เพราะว่าเตรียมการจะพูดบทความหน้าชั้นเรียนและเกิดอาการง่วง เป็นพักๆ
ประเมินอาจารย์
- วันนี้อาจารย์แนะนำการพูดบทความว่าควรพูดแบบไหนที่ถูกวิธีและสอนเทคนิคการสอนที่ชัดเจน



อื่นๆ                        อื่นๆ                          อื่นๆ


วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557



 สรุปบทความวิทยาศาสตร์เรื่อง เด็กๆอนุบาลสนุกกับ “สะเต็มศึกษา” ผ่านโครงงานวิทยาศาสตร์ 

         สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะองค์กรหลักของชาติ ได้รับมอบหมายให้จัดทำและพัฒนาหลักสูตร สื่อ นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในทุกระดับการศึกษาให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง หนึ่งในแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องในศตวรรษที่ 21 นี้ สสวท. ได้ผลักดันและจัดการประชุมวิชาการ “สะเต็มศึกษา พัฒนาเด็กไทย” และ สสวท.ก็ได้นำเสนอผลงานวิชาการที่เน้นการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาอีกด้วย ซึ่งจะส่งผลให้เด็กปฐมวัยได้รู้จักการแก้ปัญหาและและการสืบเสาะหาความรู้ด้วยประสบการณ์อย่างเหมาะสม ในด้าน ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการ สสวท. ได้กล่าวถึงแนวคิดในเรื่องสะเต็มศึกษานั้น เป็นกระบวนการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ผลงานหรือชิ้นงาน การแก้ปัญหา การวิเคราะห์ โดยนำสิ่งที่เรียนรู้ในโรงเรียนไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ ส่วนวิธีการจัดกิจกรรมในการเรียนรู้และให้เด็กได้เห็นคุณค่าของการเรียนรู้มีแนวคิดหลัก 5 ข้อ คือ
1.             ครูต้องเน้นการบูรณาการ
2.             ครูต้องช่วยให้นักเรียนมีความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาในวิชาที่กำลังเรียน
3.             เน้นการพัฒนาทักษะ
4.             ท้าทายความคิดของผู้เรียน
5.             เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความเข้าใจและความคิดเห็นที่เกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนรู้ การบูรณาการกิจกรรมการเรียนรู้เข้ากับชีวิตประจำวัน


         บทความฉบับเต็ม    Click


วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557

Recording Diary 4


Recording Diary 4
Science Experiences Management for Early Childhood
Ms. Jintana     suksamran
September 19, 2557
Group 101 (Thursday)

Time  08.30 - 12.20 PM.







การนำไปใช้
1.สามารถนำเทคนิคที่อาจารย์สอนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ไปปรับใช้กับเด็กในอนาคตและปรับใช้กับการพัฒนาการของเด็กที่เหมาะกับวัย
2.สามารถนำความรู้ที่ได้จากอาจารย์ เกี่ยวกับการพูดหน้าชั้นเรียน การอ่านบทความจะต้องพูดชัดเจน เป็นหลักการ ควรอ้างอิงชื่อผู้แต่งและบอกที่มาให้ละเอียด

ประเมินตัวเอง
-วันนี้ตั้งใจเตรียมความพร้อมมาเล่าบทความให้เพื่อนฟังและตั้งใจเรียนและฟังเวลาอาจารย์สอน คุยกับเพื่อนเล็กน้อย
ประเมินเพื่อน
- เพื่อนๆไม่ค่อยฟังเวลาอาจารย์สอนเท่าไหร่ เพราะว่าเตรียมการจะพูดบทความหน้าชั้นเรียนและเกิดอาการง่วง เป็นพักๆ
ประเมินอาจารย์
- วันนี้อาจารย์แนะนำการพูดบทความว่าควรพูดแบบไหนที่ถูกวิธีและสอนเทคนิคการสอนที่ชัดเจน



                                               


วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

Recording Diary 3


Recording Diary 3
Science Experiences Management for Early Childhood
Ms. Jintana     suksamran
September 19, 2557
Group 101 (Thursday)
Time  08.30 - 12.20 PM.

 รูปแบบการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
               การเรียนรู้ คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม  มนุษย์เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อดำรงชีวิตการเรียนรู้ของเด็ก คือ การลงมือกระทำซึ่งเรียกว่าการเล่นแบบไม่เป็นทางการที่จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เครื่องมือที่เด็กใช้ในการเล่นคือ ประสาทสัมผัสทั้ง 5  ลงมือกระทำกับวัตถุอยากเป็นทางการและไม่เป็นทาการ

เด็กมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคือ  การเรียนรู้เพื่อมีชีวิตรอดอยู่ในสังคม

เด็ก
-                -   การอบรมเลี้ยงดู
-                -   การเรียนรู้ของเด็ก
-                -   เป็นเครื่องมือ เป็นวิธีการของเด็กคือ  การกระทำ
วิธีการ = การลงมือกระทำ
เครื่องมือ = ประสาทสัมผัสทั้ง 5

คุณลักษณะตามวัยของเด็กอายุ 3 – 5 ปี  ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2546  มีดังนี้
    
เด็กอายุ  3  ปี
เด็กอายุ  4  ปี
                   เด็กอายุ  5  ปี
พัฒนาการด้านร่างกาย
   ·        วิ่งและหยุดโดยไม่ล้ม
   ·        รับลูกบอลด้วยมือและลำตัว
   ·        เดินขึ้นบันไดสลับเท้าได้
   ·        เขียนรูปวงกลมตามแบบได้
   ·        ใช้กรรไกรมือเดียวได้
   ·        วาดและระบายสีอิสระได้

พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
   ·        แสดงอารมณ์ตามความรู้สึก
   ·        ชอบที่จะทำให้ผู้ใหญ่พอใจและได้คำชม
   ·        กลัวการพลัดจากผู้เลี้ยงดูใกล้ชิดน้อยลง

พัฒนาการด้านสังคม
   ·        รับประทานอาหารได้ด้วยตนเอง
   ·        ชอบเล่นแบบคู่ขนาน (เล่นของเล่นชนิดเดียวกันแต่ต่างคนต่างเล่น)
   ·        เล่นสมมติได้
   ·        รู้จักรอคอย
พัฒนาการด้านร่างกาย
   ·        กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ได้
   ·        รับลูกบอลได้ด้วยมือทั้งสอง
   ·        เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้
   ·        เขียนรูปสีเหลี่ยมตามแบบได้
   ·        ตัดกระดาษเป็นเส้นตรงได้
   ·        กระฉับการเฉยไม่ชอบอยู่เฉย

พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
   ·        แสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสมกับบางสถานการณ์
   ·        เริ่มรู้จักชื่นชมความสามารถและผลงานของตนเองและผู้อื่น
   ·        ชอบท้าทายผู้ใหญ่
   ·        ต้องการให้มีคนฟังคนสนใจ

พัฒนาการด้านสังคม
   ·        แต่งตัวได้ด้วยตนเอง ไปห้องส้วมได้เอง
   ·        เล่นร่วมกับผู้อื่นได้ รอคอยตามลำดับก่อน – หลัง
   ·        แบ่งของให้คนอื่น
   ·        เก็บขอบเล่นเข้าที่ได้
พัฒนาการด้านร่างกาย
   ·        กระโดดขาเดียวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องได้
   ·        รับลูกบอลที่กระดอนขึ้นจากพื้นได้ด้วยมือทั้งสอง
   ·        เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้อย่างคล่องแคล่ว
   ·        เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบได้
   ·        ตัดกระดาษตามแนวเส้นโค้งที่กำหนด
   ·        ใช้กล้ามเนื้อเล็กได้ดี เช่น ติดกระดุม  ผูกเชือกรองเท้า ฯลฯ
   ·        ยืดตัว  คล่องแคล่ว

พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
   ·        แสดงอารมณ์ได้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม
   ·        ชื่นชมความสามารถและผลงานของตนเองและผู้อื่น
   ·        ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางน้องลง
  
พัฒนาการด้านสังคม
   ·        ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง
   ·        เล่นหรือทำงานโดยมีจุดมุ่งหมายร่วมกับผู้อื่นได้
   ·        พบผู้ใหญ่  รู้จักไหว้  ทำความเคารพ
   ·        รู้จักขอบคุณ  เมื่อรับของจากผู้ใหญ่
   ·        รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย
เด็กอายุ  3  ปี
เด็กอายุ  4  ปี
เด็กอายุ  5  ปี
พัฒนาการด้านสติปัญญา
   ·        สำรวจสิ่งต่าง ๆ ที่เหมือนกันและต่างกันได้
   ·        บอกชื่อของตนเองได้
   ·        ขอความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา
   ·        สนทนาโต้ตอบ / เล่าเรื่องด้วยประโยคสั้น ๆ ได้
   ·        สนใจนิทานและเรื่องราวต่าง ๆ
   ·        ร้องเพลง ท่องคำกลอน  คำคล้องจองง่าย ๆ และแสดงท่าทางเลียนแบบได้
   ·        รู้จักใช้คำถาม “อะไร”
   ·        สร้างผลงานตามความคิดของตนเองอย่างง่าย ๆ
   ·        อยากรู้อยากเห็นทุกอย่างรอบตัว
พัฒนาการด้านสติปัญญา
   ·        จำแนกสิ่งต่าง ๆ ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าได้
   ·        บอกชื่อและนามสกุลของตนเองได้
   ·        พยายามแก้ปัญหาด้วยตนเองหลังจากได้รับคำชี้แนะ
   ·        สนทนาโต้ตอบ / เล่าเรื่องเป็นประโยคอย่างต่อเนื่อง
   ·        สร้างผลงานตามความคิดของตนเองโดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น
·        รู้จักใช้คำถาม “ทำไม”

พัฒฒนาการด้านสติปัญญา

   ·        บอกความแตกต่างของกลิ่น สี เสียง รส รูปร่าง  จำแนกและจัดหมวดหมู่สิ่งของได้
   ·        บอกชื่อ  นามสกุล  และอายุของตนเองได้
   ·        พยายามหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง
   ·        สนทนาโต้ตอบ / เล่าเป็นเรื่องราวได้
   ·        สร้างผลงานตามความคิดของตนเองโดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นและแปลกใหม่
   ·        รู้จักใช้คำถาม “ทำไม”      “อย่างไร”
   ·        เริ่มเข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรม
   ·        นับสิ่งต่าง ๆ จำนวนมากกว่า  10  ได้

ทฤษฎีการเรียนรู้
1. พาฟลอฟ       >>  ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิคของพาฟลอฟ 
2. วัตสัน             >> ความรู้สึกบางอย่างมีมาตั้งแต้กำเนิด เช่น ความรัก, ความกลัว, ความโกรธ 

3. ดิวอี้                >> เด็กเรียนรู้โดยการกระทำ
4. สกินเนอร์       >> การเสริมแรง 
5. เปสตาลอชชี่  >> การอบรมเลี้ยงดู, การยอมรับความแตกต่างของเด็ก 
6. เฟรอเบล        >> การส่งเสริมพัฒนาการตาธรรมชาติของเด็กด้วยการกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างเสร๊ 
7. เอลคายน์       >>  เด็กมีโอกาสเล่น และเลือกกิจกรรมอย่างเสรี 

ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย 3-5 ปี
1. ชอบที่จะทำให้ผู้ใหญ่พอใจ                            6. ชอบถาม "ทำไม" ตลอดเวลา
2. ช่วยตนเองได้                                                    7. อยากรู้ อยากเห็นสิ่งรอบตัว
3. ชอบเล่นแบบคู่ขนาน                                       8. สนใจนิทาน และเรื่องราวต่างๆ 
4. พูดประโยคยาวขึ้น                                            9. พอใจคนที่ตามใจ
5. ร้องเพลงง่ายๆ และทำท่าทางเลียนแบบ     10. มีช่วงความสนใจสั้น (5-10 นาที)

ประเมินตนเอง
   วันนี้ไม่มีสมาธิในการเรียน เนื่องจากรอบเดือนมา จึงขออนุญาตอาจารย์ออกไปข้างนอก และรีบกลับมาเพื่อจดบันทึก  ถึงจะไม่ทันเพื่อนในช่วงแรกๆ แต่ก็สามารถสรุปการเรียนได้ดีในรูปแบบ Mind Map ได้
ประเมินเพื่อน
   
เพื่อนทุกคนร่วมกันแสดงความคิดเห็น แต่งกายสุภาพเรียบร้อย  เข้าเรียนตรงเวลา  แต่ก็ยังมีเพื่อนบางส่วนที่มาเรียนสาย  
ประเมินอาจารย์ 
    อาจารย์ใช้เทคนิคการสอนโดยใช้คำถามปลายเปิด ให้นักศึกษาได้ใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ และให้ความสนใจกับคำตอบของนักศึกษาทุกคน การส่งเสริมทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ การจับประเด็นความรู้ให้ถูกต้องและแม่นยำทฤษฏีการเรียนรู้  อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา และแต่งกายสุภาพเรียบร้อยมากค่ะ



                                           



วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Recording Diary 2



Recording Diary 2
Science Experiences Management for Early Childhood
Ms. Jintana     suksamran
September 19, 2557
Group 101 (Thursday)

Time  08.30 - 12.20 PM.

อาจารย์เข้าสู้บทเรียนโดยการที่ให้นักศึกษามองเด็กปฐมวัยแล้วนึกถึงอะไร
         1.             ประสบการณ์
         2.             การเล่น
         3.             การต่อบล็อก
         4.             ความอยากรู้อยากเห็น
         5.             การอบรมเลี้ยงดู
         6.             ความขี้สงสัย
         7.             เรียนรู้ผ่านการเล่น
         8.             การมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน
         9.             การลองผิดลองถูก
         10.      ความสนุกสนาน
         11.      เรียนรู้ผ่านการสัมผัส
         12.      การเจริญเติบโต
         13.      การเรียนรู้
         14.      พฤติกรรมของเด็ก 
การกล้าแสดงออก ทำให้เกิดความคล่องแคล่วทำให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์ 
สรุปเด็กปฐมวัย
         1.             พฤติกรรม  =  พัฒนาการ
         2.             การเรียนรู้  หรือการเล่น
         3.             การอบรมเลี้ยงดู 
พัฒนาการ  คือ  การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางด้านร่างกาย อารมณ์  จิตใจ  สติปัญญา ภาษา 
สติปัญญา แบบได้ 2 อย่างคือ
         1.             ความคิด
1.1          เชิงเหตุผล
1.1.1      คณิตศาสตร์
1.1.2        วิทยาศาสตร์
1.2          เชิงสร้างสรรค์
         2.             การใช้ภาษา 
พัฒนาการ  เปลี่ยนแปลงไปตามลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง 
พัฒนาการทางสติปัญญา 
         ขั้นที่ 1  การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5   การรับรู้  การซึมซับ
การเรียนรู้  การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
รับรู้  ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
เรียนรู้  คือ  การมีชีวิตรอดในสังคม  
พัฒนาการ  บอกความสามารถของเด็ก  เพื่อจัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับความสามารถของเด็ก 
พัฒนาการ  คือ  ความสามารถ  ความต้องการเพื่อทำให้เกิดพัฒนาการของวุฒิภาวะของเด็ก 
         ขั้นที่ 2  วิธีการที่ทำให้เกิดการเรียนรู้  คือ  การเล่น
การเล่น  คือ  การที่เด็กลงมือกระทำด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5  อย่างเป็นทางการ  และไม่เป็นทางการ  ที่สำคัญคือ  เด็กได้มีโอกาสเลือกด้วยตัวเอง  
การจัดการสอน  การออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ 
นิยามความหมายของเด็กปฐมวัย 
คือ  เด็กที่มีอายุ  แรกเกิด – 5 ปี  หรือ  11 เดือน  29 วัน 
ดูภาพ 










         1.             การตอกไข่
         2.             การต่อจิ๊กซอ
         3.             การเล่นทราย / ดิน
         4.             การปิดทองฝังลูกนิมิต 
สรุป  วิทยาศาสตร์  คือ  สิ่งที่อยู่รอบๆตัว 
ทักษะที่เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
         1.             คณิตศาสตร์
         2.             ภาษา 
การเลือกเรื่องที่จะมาสอนเด็ก
        1.             เรื่องนั้นต้องเป็นเรื่องที่เด็กสนใจ
        2.             เรื่องใกล้ตัวเด็ก
        3.             เรื่องที่มีผลกระทบกับตัวเด็ก 
เด็กปฐมวัย  &  การเรียนรู้วิทยาศาสตร์
        -                   วิทยาศาสตร์เป็นยาขมสำหรับเด็กจริงหรือ?
        -                   ถ้าเด็ก ๆ เรียนวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่ชั้นอนุบาลจะยากเกินไปไหม?
        -                   ควรจะให้เด็ก ๆ อนุบาลเรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างไร 
วิทยาศาสตร์
        -                   คือ  ความพยายามของมนุษย์ที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งรอบตัว  และตัวตนของตนเอง
        -                   ความพยายามเช่นนี้ติดตัวของมนุษย์ตั้งแต่แรกเกิด  ซึ่งสะท้อนให้เป็นจากธรรมชาติของเด็กที่มีความอยากรู้อยากเห็น  ช่างสังเกต  และคอยซักถามเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่พวกเขาเจอ  และบางครั้งก็เป็นคำถามที่ยากเกินกว่าที่ผู้ใหญ่จะให้คำตอบ
        -                   การทำความเข้าใจกับสิ่งรอบตัวและตัวตนของตนเอง  โดยการสังเกต  และคอยซักถามเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่พวกเขาเจอช่วยเชื่อมโยงเซลล์สมองของเด็กโดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ เพราะส่งเสริมให้เด็กได้คิด  เป็นการเตรียมเด็กให้สามารถเรียนรู้ได้มากขึ้นในวัยที่สูงขึ้นได้ 
ถ้าผู้ใหญ่ไม่เข้าใจในธรรมชาติของเด็ก
        -                   ปิดกั้นโอกาสทางการเรียนรู้ของพวกเขาโดยการไม่ให้ความสนใจกับคำถาม
        -                   ไม่ให้ความสนใจกับการค้นพบแบบเด็ก ๆ
        -                   ไม่จัดประสบการณ์เรียนรู้ที่จะส่งเสริมและต่อยอดทักษะและแนวคิดที่ถูกต้องให้กับเด็กอย่างเหมาะสม
   ทบทวนบทเรียน
        -                   เปิดโอกาสทางการเรียนรู้ของพวกเขาโดยกาให้ความสนใจกับคำถาม
        -                   ให้ความสนใจกับการค้นพบแบบเด็ก ๆ
        -                   จัดประสบการณ์เรียนรู้ที่จะส่งเสริมและต่อยอดทักษะและแนวคิดที่ถูกต้องให้กับเด็กอย่างเหมาะสม
        -                   ครูและผู้ปกครองต้องยอมรับในเรื่องจินตนาการที่มีอยู่สูงในเด็กวัยนี้
        -                   ครูต้องแม่นยำในการพัฒนาการของเด็ก  เพื่อที่จะสามารถจัดการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับความสามารถของเด็ก 
ท้ายคาบ  อาจารย์ให้นักศึกษาสรุปการเรียนวันนี้โดยการทำ  Mind mapping  โดยมีหัวข้อย่อยดังนี้

         1.             เนื้อหา

         2.             การประยุกต์ใช้

         3.             ทักษะที่ได้

         4.             เทคนิคที่ครูใช้สอน

การบ้าน
        -                   ให้นักศึกษากลับไปหาบทความวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับเด็กปฐมวัยมาคนละ 1 หัวข้อ โดยแต่ละคนต้องมีบทความที่ไม่ซ้ำกัน